Child Safe Tourism

January 6, 2015

ศุภนิมิตส่งมอบงาน “การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก”ให้เดอะโค้ด

งานรณรงค์ด้านการท่องเที่ยวได้เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2555 โดยเป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย ซึ่งได้ริเริ่มโดยรัฐบาลออสเตรเลียและดำเนินการโดยศุภนิมิตเพื่อป้องกันการทารุณกรรมทางเพศเด็กในธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไทยและเวียดนาม เมื่อโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยปิดโครงการลงในเดือนกรกฎาคม 2557 แต่ศุภนิมิตยังติดตามเพื่อให้มั่นใจว่างานรณรงค์ด้านการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กจะมีความยั่งยืนต่อไป ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 ศุภนิมิตและเดอะโค้ด ศุภนิมิตได้ตกลงที่จะส่งมอบงานความเป็นเจ้าของงานรณรงค์การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กให้แก่เดอะโค้ด   เดอะโค้ดเกิดขึ้นมาจากดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยทำงานกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อป้องกันการทารุณกรรมทางเพศเด็กในการเดินทางท่องเที่ยวและในธุรกิจการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 2539 เดอะโค้ดได้ทำงานร่วมกับธุรกิจการเดินทางท่องเที่ยวระดับโลกเพื่อช่วยปรับปรุงนโยบายและการปฏิบัติงานของธุรกิจให้มีความรับผิดชอบ งานรณรงค์ด้านการท่องเที่ยวต้องการที่จะให้ข้อมูลและความรู้แก่นักท่องเที่ยว เรื่องการปฎิบัติตัวอย่างง่ายๆที่จะช่วยกันลดความเสี่ยงให้แก่เด็กและเยาวชนที่ทำงานและอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้งานรณรงค์สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า 15 ล้านคนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ “ในขณะที่การท่องเที่ยวของโลกกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นที่จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่มีต่อชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสวงประโยชน์จากเด็ก” กล่าวโดย อัลเบิร์ต ยู ผู้อำนวยการด้านการสื่อสาร สำนักงานศุภนิมิตเอเซียตะวันออก  แมทเทียส เลซิงเจอร์ ประธานเดอะโค้ด ได้กล่าวแสดงความรู้สึกตื่นเต้นกับการส่งมอบภารกิจนี้ว่า “เดอะโค้ดรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามารับดูแลงานรรณรงค์เรื่องการเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเราไม่สามารถที่จะรอต่อไปได้อีกแล้ว งานระดับต่อไป โปรดช่วยพวกเราในพันธกิจการกำจัดการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กในธุรกิจท่องเที่ยว”

Read more
June 4, 2014

ความเข้าใจที่จำกัดเรื่องการแสวงประโยชน์ทางเพศเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้เด็กอยู่ในความเสี่ยง

กรุงเทพฯ ประเทศไทย  จากรายงานฉบับใหม่เรื่อง เพศ การทารุณกรรม และวัยเด็กค้นพบว่าผู้ใหญ่และเด็กเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนามมีความเข้าใจทางด้านการทารุณกรรมเด็กทางเพศและการป้องกันที่ค่อนข้างจำกัด งานวิจัยนี้ได้รวบรวมการเรียนรู้ ทัศนคติและรูปแบบการแก้ไขปัญหาของการทารุณกรรมทางเพศเด็ก รวมถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องในการท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนาม  รายงานนี้ถูกเผยแพร่วันนี้โดยโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย พบว่าเด็กและผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เข้าใจค่อนข้างแคบมากมองว่าการทารุณกรรมทางเพศคือการข่มขืนทางเพศเด็กหญิง ส่วนพฤษติกรรมทางเพศที่ทารุณอื่นๆอย่างเช่นการสัมผัสที่ไม่เหมาะสมหรือการเกี่ยวข้องกับสื่ออนาจารไม่ได้ยอมรับว่าเป็นปัญหา รวมถึงการทารุณกรรมทางเพศเด็กชายเช่นกัน “ความเข้าใจในเรื่องการทางรุณกรรมทางเพศที่จำกัดของเด็กและผู้ใหญ่หมายความว่าเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครรู้เห็น” อาร์ติ คาปูร์ ผู้จัดการโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยกล่าว “พวกเราทราบว่าการทารุณกรรมทางเพศเด็กมักเริ่มจากการล่อลวงเด็กๆ การพูดคุยในเรื่องที่ไม่เหมาะสมและสัมผัสที่ไม่เหมาะสมไปสู่การทารุณกรรมที่รุณแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อระยะเวลาผ่านไป ส่วนใหญ่แล้วครอบครัวของเด็กที่ถูกทารุณกรรมจะรูจักผู้ทารุณกรรมดี อย่างไรก็ตามจากคนที่เราได้พูดคุยด้วย ยังมีน้อยคนที่เข้าใจในปัญหานี้” งานวิจัยที่ได้เผยแพร่ในวันนี้ได้สัมภาษณ์เด็กและผู้ใหญ่กว่า 600 คนในประเทศไทย เวียดนาม ลาวและกัมพูชา เพื่อที่จะให้ตรงกับวันเด็กที่เป็นเหยื่อความรุนแรงสากล  จากทุกกลุ่มที่ให้สัมภาษณ์ ผู้ปกครองมีระดับความเข้าใจต่ำที่สุดในปัญหาการทารุณกรรมทางเพศเด็ก “ความไม่ตระหนักต่อการทารุณกรรมทางเพศเด็กหมายความว่าผู้ปกครองจะไม่รู้ว่าความเสี่ยงคืออะไรและก็จะไม่สามารถรู้ว่าเด็กกำลังถูกทารุณอยู่หรือไม่ “อฟรูซ คาวิอานิ จอนสัน ผู้อำนวยการด้านวิชาการ โครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยกล่าว “ผู้ปกครองอาจจะพลาดโอกาสที่จะช่วยเหลือเด็กและความไม่เข้าใจสามารถส่งผลกระทบโดยรวมต่อการตอบสนองความต้องการของเด็กได้“ รายงานได้แนะนำให้การศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมทางเพศเด็กแก่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก เด็กและผู้แทนชุมขน “เรารู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาว่าการป้องกันการทารุณกรรมทางเพศเด็กเป็นกลไกที่สำคัญในการเฝ้าระวังการทารุณกรรมในชุมชนที่เปราะบาง” อาร์ติ คาปูร์กล่าว “เด็กและผู้ใหญ่ต้องการข้อมูล ทักษะและกลยุทธ์ในการป้องกันเด็กจากการทารุณกรรมทางเพศทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทารุณกรรมจากคนแปลกหน้า จากชาวต่างชาติ จากคนที่รู้จักในชุมชน จากเพื่อนหรือญาติก็ตาม”  อ่านรายงานเต็ม

Read more
May 16, 2014

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติและศุภนิมิตร่วมมือกันต่อสู้การแสวงประโยชน์เด็กในบริบทท่องเที่ยว

แมดริด สเปน-15 พฤษภาคม 2557 ในขณะที่การท่องเที่ยวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับการแสวงประโชน์จากเด็ก ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติและสำนักงานศุภนิมิตภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้เซ็นสัญญาเพื่อร่วมมือกันในการต่อสู้กับการแสวงประโบชน์เด็กในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว (17 เมษายน 2557) การประสานความร่วมมือระหว่างองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติกับศุภนิมิตรวมทั้งการสนับสนุนเครื่องมือการปฏบัติที่ดี และกรณีศึกษาที่สนับสนุนการป้องกันเด็กในการท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งนี้รวมถึงการรณรงค์ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กของศุภนิมิตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในประเทศกัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนามเพื่อที่จะแนะนำนักท่องเที่ยวถึงวิธีที่พวกเขาสามารถช่วยกันปกป้องเด็กๆจากการทารุณกรรมในสถานที่ท่องเที่ยว การรณรงค์นี้คือส่วนหนึ่งของโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยรัฐบาลออสเตรเลียที่จะต่อสู้กับการแสวงประโยชน์ทางเพศเด็กในธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติได้ทำงานในด้านนี้ผ่านเครือข่ายการท่องเที่ยวโลกเกี่ยวกับการป้องกันเด็ก (เดิมคือหน่วยพิเศษพิทักษ์เด็กในการท่องเที่ยว) มานานกว่า 15 ปี โครงการนี้ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อการป้องกันการแสวงประโยชน์เด็กและเยาวชนในธุรกิจท่องเที่ยวจากการทารุณกรรมทุกรูปแบบ โดยโครงการนี้ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และส่งเสริมนโยบายที่รับผิดชอบและการปฎิบัติที่ดีของธุรกิจที่ดำเนินการบนหลักเกณฑ์จริยธรรมการท่องเที่ยวขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ   “การเติบโตของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวใด้นำโอกาสการพัฒนาที่สำคัญ แต่ก็มีข้อท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยงของสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และก็มีความจำเป็นที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคธุรกิจท่องเที่ยวทุกภาคส่วนจะต้องทำงานร่วมกันในการต่อสู้กับปัญหาการแสวงประโยชน์เด็ก ที่ผ่านมาศุภนิมิตได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในการเป็นหุ้นส่วนกับเครือข่ายองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติในการป้องกันเด็ก และพวกเราก็ดีใจสามารถร่วมเป็นหนึ่งในการต่อสู้กับการแสวงประโยชน์เด็กที่น่าขยะแขยง” นาย ทาเล็บ รีฟาย เลขาธิการ องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติกล่าว  “ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศุภนิมิตมีหลายโครงการที่ทุมเทในการลดความเสี่ยงเด็กจากการทารุณกรรม แสวงประโยชน์และการค้ามนุษย์ รวมถึงในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวด้วย การท่องเที่ยวได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้และนำโอกาสมากมายสู่ภูมิภาคแต่ก็นำความเสี่ยงมาสู่เด็กพอสมควรด้วยเช่นกัน ประเด็นนี้เป็นสาเหตุที่พวกเรายินดีที่จะร่วมมือกันกับองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติเพื่อที่จะหาแนวทางที่ยั่งยืนร่วมกันสู่การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ผู้อำนวยการด้านพันธกิจบูรณาการของสำนักงานเอเชียตะวันออกศุภนิมิต นาย วาเร็น คลิเมฮากา กล่าว

Read more
November 6, 2013

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการให้มีการพัฒนาในด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรสำหรับเด็ก

กรุงเทพฯ ประเทศไทย วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 จากผลการศึกษาวิจัยฉบับล่าสุดของโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มโดยรัฐบาลออสเตรเลีย ซึ่งดำเนินการโดยศุภนิมิตร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย พบเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยคุ้มครองเด็กจากการแสวงประโยชน์ให้มากขึ้น  เมื่อปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 36 ล้านคนมาเที่ยวในประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไทย และเวียดนาม หลายคนต้องเจอสถานการณ์ที่เด็กมีความเปราะบาง ผลงานวิจัยที่สำคัญของงานวิจัย “การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ที่เราได้นำเสนอวันนี้ซึ่งตรงกับวัน “วันท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อโลก” ที่ได้สำรวจนักท่องเที่ยวจำนวน 270 คนจาก 39 ประเทศทั่วโลก จากผลสำรวจ 95% ของนักท่องเที่ยวที่สัมภาษณ์ได้พบปะกับเด็กท้องถิ่นและหลายคนรู้สึกว่าการที่ได้พูดคุยกับเด็กๆเหล่านี้ทำให้พวกเขารู้สึกเสียใจ ผิด เป็นห่วงและโกรธ  มีการรณรงค์เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงของเด็กที่ขอทานหรือเร่ขายของในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไปสถานลี้ยงเด็กกำพร้า หรือ “การท่องเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์” “ อาร์ติ คาปูร์ ผู้จัดการโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยศุภนิมิตกล่าว จำนวนสามในสี่ของนักท่องเที่ยวที่ถูกสัมภาษณ์รับทราบว่ามีเด็กที่ได้รับการทารุณกรรมหรือแสวงประโยชน์ในภาคธุรกิจท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการที่จะช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ จากผลงานวิจัย นักท่องเที่ยวหลายคนสับสนไม่ทราบว่าจะปฎิบัติอย่างไรที่พวกเขาจะสามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้และต้องการทราบข้อมูลมากขึ้น “ในขณะที่ภาคเอเชียมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่สูงที่สุดทั่วโลก ในช่วงยี่สิบปีข้างหน้านั้นมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก “อาฟรูซ คาเวียนิ จอห์นสัน ผู้อำนวยการด้านวิชาการ โครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย ศุภนิมิต กล่าวว่า …

Read more
November 6, 2012

นักเดินทางภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – 7 พฤศจิกายน 2555 นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังหรือที่อยู่ภายในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวคือ กัมพูชา สปป.ลาว ไทยและเวียดนาม ต้องการความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก อ้างอิงจากรายงานของโครงการเด็กปฐมวัย – เสาหลักการป้องกัน ความริเริ่มการช่วยเหลือของออสเตรเลียดำเนินงานโดยองค์กรศุภนิมิต รายงานเรื่อง “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก: มุมมองของนักท่องเที่ยว” ที่เผยแพร่ในวันนี้เพื่อให้ประจวบกับการฉลองวันท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบโลกได้นำเสนอผลจากการสำรวจนักเดินทางบนอินเตอร์เน็ตที่สอบถามผู้ที่มาท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเร็วๆนี้ โดยแบ่งปันประสบการณ์การมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กและการรับรู้เรื่องธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก ผู้เข้าร่วมการสำรวจมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมด้วยตนเอง 300 คน จาก 37 ประเทศ (ร้อยละ 57%) บอกว่าเคยพบเห็นสถานการณ์ที่รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์หรือการล่วงละเมิดเด็กในระหว่างที่เดินทางไปในภูมิภาค ส่วนร้อยละ 85% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจระบุว่าต้องการทราบมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีปกป้องคุ้มครองเด็กและป้องกันการแสวงหาประโยชน์ในระหว่างการเดินทาง “ในขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นอย่างเป็นทวีคูณในรอบสิบปีที่ผ่านมาให้ผลประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน แต่มันก็ได้สร้างปัจจัยดึงดูดที่ผลักดันให้เด็กๆ และครอบครัวละทิ้งสภาพความเป็นอยู่ดั้งเดิม เพื่อออกไปหารายได้ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงต่อการแสวงหาประโยชน์และการล่วงละเมิด” อาร์ติ คาปูร์กล่าว ผู้จัดการโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย – องค์กรศุภนิมิต แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ตระหนักต่อสถานการณ์การแสวงหาประโยชน์จากเด็กในสถานที่แหล่งท่องเที่ยวก็ตาม ผลการสำรวจยังระบุว่าส่วนใหญ่รู้สึกว่าตนเองไม่รู้วิธีการที่จะทำให้เด็กปลอดภัย จากประสบการณ์การเดินทางของเขาเหล่านั้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังแสดงความเป็นห่วงอย่างมากต่อเด็กที่มีความเปราะบาง และยืนยันว่าธุรกิจที่มีนโยบายด้านธุรกิจการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็กจะมีผลกระทบในเชิงบวกต่อการเลือกใช้บริการของลูกค้าในวันหยุดพักผ่อน จากการศึกษา นักท่องเที่ยวต้องการและจำเป็นจะต้องมีข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทำให้เด็กปลอดภัยและมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าธุรกิจการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็กคืออะไร ข้อค้นพบสำคัญอื่น ยังเปิดเผยว่าโดยทั่วไปแล้ว นักท่องเที่ยวเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ของเด็กในภูมิภาคและได้รับผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญจากสิ่งที่พบเห็น – ทั้งในด้านบวกและด้านลบ – กับเด็กในประเทศต่างๆที่ไปท่องเที่ยวมา  จากการเป็นพันธมิตรกับองค์กรการท่องเที่ยวแห่งชาติและภาคธุรกิจท่องเที่ยวโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยกำลังสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อเด็กผ่านการรณรงค์  “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก” …

Read more
August 17, 2012

กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ยกระดับความพยายามในการปกป้องคุ้มครองเด็กในธุรกิจท่องเที่ยว

17 สิงหาคม 2555 ในวันนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาและศุภนิมิตกัมพูชาประกาศ ยกระดับความพยายามในการปกป้องคุ้มครองเด็กในธุรกิจท่องเที่ยวผ่านความริเริ่มขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศออสเตรเลีย (AusAid) โครงการเด็กปฐมวัย โครงการเด็กปฐมวัยนำองค์กรศุภนิมิต สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยอาชญากรรมและยาเสพติด (UNODC)  และองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) มาร่วมกันแก้ไขปัญหาสำคัญของการแสวงประโยชน์เด็กในธุรกิจท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วยกันระหว่างแนวทางการป้องกัน และการปกป้องคุ้มครอง องค์กรศุภนิมิตทำงานเป็นพันธมิตรกับกระทรวงการท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวได้เริ่มจัดตั้งคณะกรรมการการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก การแต่งตั้งให้องค์กรเวิร์ดวิชันเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในโครงการเสาหลักการป้องกันเด็กปฐมวัยเป็นการต่อยอดการเป็นพันธมิตรที่ยาวนานกับกระทรวงการท่องเที่ยวและผลงานอันเป็นที่รับทราบในการปกป้องคุ้มครองเด็กขององค์กรศุภนิมิต หลายปีที่ผ่านมานี้  กัมพูชากลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศจำนวน 2.8 ล้านคนใน พ.ศ. 2554 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จาก พ.ศ. 2553 “เราทราบว่าแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดเด็กและครอบครัวที่มีความเปราะบางเข้ามาหารายได้”นาย พัง แชนดา – ผู้ประสานงานประเทศ โครงการเสาหลักการป้องกันเด็กปฐมวัย กล่าว “ในขณะที่การท่องเที่ยวเติบโตขึ้น เราจะต้องมีการป้องกันจัดตั้งไว้ เพื่อรับรองว่าเด็กๆ จะได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ เราไม่เพียงต้องการให้ธุรกิจท่องเที่ยวปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อวัฒนธรรม มรดกและชุมชนของกัมพูชาเท่านั้น เรายังต้องการให้ธุรกิจท่องเที่ยวปลอดภัยต่อเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่มีความเปราะบางมากที่สุด” องค์กรศุภนิมิตยกย่องความเป็นผู้นำของกระทรวงการท่องเที่ยวในการทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวปลอดภัยต่อเด็ก การเป็นพันธมิตรกับกระทรวงการท่องเที่ยว องค์กรศุภนิมิตจะทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มความตระหนักในความเปราะบางต่อความเสี่ยงของเด็กและสนับสนุนวิธีปฏิบัติทางการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งให้ความสำคัญต่อการปกป้องคุ้มครองเด็ก ทั้งนี้ จะเริ่มต้นด้วยการอบรมคณะกรรมการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็กเป็นเวลา 2 วัน …

Read more
September 27, 2011

นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

บางกอกโพสต์ ประเทศไทย – 27 กันยายน 2554 นักเดินทางและคนต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยรู้จักดีกับสถานการณ์ความยากจนของเด็ก เด็กหญิงอายุ 6 ขวบปากทาลิปสติคสีแดงชาด นั่งเรียบร้อยอยู่บนเสื่อกับผู้หญิง ขอเงินจากผู้ที่เดินผ่านไปมา เด็กชายอายุ 12 ปี ขายหมากฝรั่งตอนเวลา 5 ทุ่มในบริเวณสถานบันเทิงของผู้ใหญ่ เขาส่งยิ้มทะลึ่งและพูดจาสำบัดสำนวนกับคุณ ในช่วงเวลาที่น่าอึดอัดใจนี้คุณรู้สึกอยากจะช่วย ไม่ว่าจะด้วยความสงสารหรืออึดอัดใจก็ตาม สิ่งนี้บอกคุณว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง คุณอาจตัดสินใจยื่นเงินให้ไป ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไรก็ตาม คุณจะอยู่กับความรู้สึกที่ไม่สบายใจที่คุณไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือชีวิตที่น่าสงสารของเด็กเลย คราวนี้ลองมองในอีกมุมหนึ่ง ถ้าหากคนต่อไปที่เด็กๆ  เข้าไปหาต้องการบางอย่างเป็นการตอบแทนกับเงิน 50 บาทที่ให้เด็กไป มันจะเป็นอย่างไร ในโอกาสวันท่องเที่ยวโลก ขอเรียกร้องให้คุณคิดสักนิดว่าการท่องเที่ยวมีความหมายอย่างไรกับเด็กๆ ของเราและเราจะดูแลให้เขาปลอดภัยได้อย่างไร  อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะตกต่ำลง ใน พ.ศ. 2553 มีนักท่องเที่ยว 16 ล้านคนเดินทางมายังดินแดนแห่งรอยยิ้มและองค์การการท่องเที่ยววางเป้าหมายนักท่องเที่ยวไว้ที่ 19.5 ล้านคนในปี พ.ศ. 2555 เพื่อให้ได้รายได้ 1.2 พันล้านบาทจากธุรกิจท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ เห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ และจะต้องมีการจัดการอย่างระมัดระวังกับผลกระทบในทางสังคมและต่อเด็กๆ ในขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเฟื่องฟู  โอกาสการแสวงหาประโยชน์จากเด็กก็มีมากขึ้นหากขาดการตรวจสอบ รัฐบาลไทยได้ร่วมมือกับหน่วยงานทางกฎหมายระหว่างประเทศในการตรวจสอบประวัติผู้กระทำผิดทางเพศกับเด็กที่เป็นที่รู้จัก ประเทศไทยได้เดินหน้าและมีความก้าวหน้าในเรื่องการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กตลอดทศวรรษที่ผ่านมา …

Read more
September 26, 2011

วันท่องเที่ยวโลก: “ช่วยกันปกป้องคุ้มครองเด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ”

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – 26 กันยายน 2554 ในขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเฟื่องฟูด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จำเป็นจะต้องมีการปกป้องคุ้มครองเด็กที่มีความเปราะบางจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศของนักเดินทาง คำกล่าวเตือนจากองค์การศุภนิมิต- องค์กรให้ความช่วยเหลือนานาชาติ คำเตือนที่เผยแพร่เนื่องในวันการท่องเที่ยวโลก (วันอังคารที่ 27 กันยายน) ออกมาพร้อมกับตัวเลขผู้เดินทางเข้าประเทศล่าสุดของประเทศไทยที่มีอัตราเติบโตต่อปีร้อยละ 26 (11.17 ล้านคน) ในช่วงหกเดือนแรกของปี พ.ศ. 2554 แม้กระทั่งประเทศที่ห่างไกลจากอันดับเช่นประเทศลาวยังมีผู้ไปเยือนปีที่แล้วถึง 2.5 ล้านคน ในอันดับที่ใกล้เคียงกับประเทศกัมพูชา  ในขณะที่เวียดนามมีผู้มาเยือนถึง 5 ล้านคน องค์การศุภนิมิตกล่าวว่าแม้จะมีการเติบโตของตัวเลขนักท่องเที่ยวและความเสี่ยงต่อเด็กที่เป็นผลตามมาก็ตาม เรายังเชื่อว่านักท่องเที่ยวที่รับผิดชอบจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาได้ องค์กรกำลังรับสมัครนักท่องเที่ยวที่ระมัดระวังความปลอดภัยและมองหาการปกป้องคุ้มครองเด็กในระหว่างเดินทางในภูมิภาค และจะขอให้อุตสาหกรรมการเดินทางและผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีบทบาทในการสร้างสิ่งแวดล้อม “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก” เป้าหมายก็เพื่อทำให้ระบบนิเวศของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหลายมีความปลอดภัยมากขึ้นต่อเด็กที่มีความเปราะบางในประเทศที่เป็นเจ้าบ้าน รัฐบาลในลุ่มน้ำโขงได้ทำพันธสัญญาสำคัญที่จะยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับกุมผู้กระทำความผิดที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง องค์การศุภนิมิตเชื่อว่าแนวทาง “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก” จะส่งเสริมเป้าหมายของรัฐบาลในลุ่มน้ำโขงที่ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนประเทศ และรับรองความปลอดภัยของเด็กไปพร้อมๆ กัน ผู้จัดการธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็กของเวิร์ดวิชัน อาร์ติ คาพูร์ กล่าวว่า “ขอขอบคุณนโยบายสีเขียวที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีความตระหนักมากขึ้นถึงผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวมีความรับผิดชอบในการปกป้องคุ้มครองเด็ก เราจำเป็นจะต้องมีวิธีการเดียวกัน นักท่องเที่ยวจะต้องระมัดระวังต่อการปฏิบัติที่อาจทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่เจตนา และต้องมั่นใจว่าธุรกิจท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับเด็ก” อย่างไรก็ดี เธอเสริมว่าประเด็นปัญหาค่อนข้างจะซับซ้อนและภาคส่วนต่างๆ จะต้องทำงานร่วมกัน เวิร์ดวิชันทำงานกับหน่วยงานต่างๆ และสื่อและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริม …

Read more

Latest Tweets