Child Safe Tourism

January 11, 2013

สำนักงานท่องเที่ยวโลกเเห่งสหประชาชาติ: เเนวทางการปฏิบัตสู่การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ความเห็นจากผู้เข้าเยี่ยม – Marina Diotallevi, ผู้จัดการโปรแกรม มิติทางจริยธรรมและสังคมของการท่องเที่ยว องค์การการท่องเที่ยวโลก

มีนักท่องเที่ยวกว่า 1,000 ล้านคนที่เดินทางระหว่างประเทศตลอดปี 2555 จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจโลก ที่กำลังผลักดันการเติบโตและส่งเสริมความเข้าใจเชิงวัฒนธรรมไปทั่วโลก อย่างไรก็ดี มักมีการนำโครงสร้างพื้นฐานของการท่องเที่ยวไปใช้ในทางที่ผิดซึ่งมีจุดจบที่เลวร้าย เช่น การล่วงละเมิดเด็ก เราต้องไม่ลืมว่าการท่องเที่ยวก็มีศักยภาพในการเรียกคืนโครงสร้างขั้นพื้นฐานเดียวกันนี้และนำมาใช้ในการต่อสู้กับการแสวงหาประโยชน์ในเด็กทุกรูปแบบ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องรับทราบว่าการระบุการแสวงหาประโยชน์นั้นจะกระทำได้ด้วยวิธีการของผู้ได้รับผลประโยชน์หลายฝ่ายเท่านั้น

องค์การการท่องเที่ยวโลก องค์การชำนาญพิเศษเฉพาะเรื่องของสหประชาชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบในการกระตุ้นให้เกิดปฏิบัติการร่วมในเรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็ก เราสนับสนุนการเป็นพันธมิตรระหว่างประชาชนกับภาคเอกชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีประชากรที่เดินทางท่องเที่ยวและประเทศจุดหมายปลายทาง และรักษาสัมพันธภาพที่เอื้อประโยชน์ระหว่างอุตสาหกรรมและภาคประชาสังคม องค์การการท่องเที่ยวโลก เริ่มรณรงค์สร้างจิตสำนึกในระดับนานาชาติในหัวข้อ “อย่าปล่อยให้การล่วงละเมิดเด็กมีโอกาสเดินทาง” ในปี พ.ศ. 2551 โดยความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ด้วยเจตนารมณ์เดียวกันนี้ องค์การการท่องเที่ยวโลกได้ประสานงานกับเครือข่ายการท่องเที่ยวโลก (เดิมคือคณะทำงานเพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็กในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว) ในการปกป้องคุ้มครองเด็กมานานกว่าทศวรรษ เพื่อกระตุ้นความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจท่องเที่ยวให้มีความตระหนักและช่วยป้องกันและรายงานการล่วงละเมิดเด็กในสิ่งแวดล้อมของธุรกิจท่องเที่ยว (การแสวงหาประโยชน์ทางเพศ แรงงานเด็กและการค้ามนุษย์) ตัวอย่างเช่น ด้วยการวางมาตรฐานการปกป้องคุ้มครองเด็ก การสร้างศักยภาพและจิตสำนึกถึงความเสี่ยงของการแสวงหาประโยชน์เด็กจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เครือข่ายดำเนินงานภายใต้แผนงานตามนโยบายหลักขององค์การการท่องเที่ยวโลก หลักจรรยาบรรณการท่องเที่ยวโลก และแผนที่เส้นทางเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบ เครือข่ายประกาศอย่างชัดเจนว่า
การแสวงประโยชน์จากมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ขัดแย้งกับจุดประสงค์ขั้นพื้นฐานของการท่องเที่ยวและยังเป็นผลลบต่อการท่องเที่ยว” (มาตรา 2.3)

ด้วยหลักการนี้ เครือข่ายได้ร่วมมืออย่างเกิดผลกับรัฐบาล องค์กรเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ สื่อสารมวลชนและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อทำงานขจัดการแสวงหาประโยชน์เยาวชนในธุรกิจท่องเที่ยว ประสิทธิภาพของกฎหมายและแผนดำเนินงานประเทศในการปกป้องคุ้มครองเด็กส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มรณรงค์ผลักดัน ธุรกิจการท่องเที่ยวและสื่อสารมวลชน นอกจากนี้ ความรู้และประสบการณ์ของประเทศและองค์กรเอกชนต่างๆ มีส่วนอย่างคาดไม่ถึงต่อโปรแกรมการสร้างศักยภาพ การฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การรณรงค์สร้างจิตสำนึก คู่มือการรายงานเหตุการณ์ การล่วงละเมิดเด็กและการวางหลักจรรยาบรรณของการปกป้องคุ้มครองเด็ก
หลักจรรยาบรรณที่องค์การเอ็คแพทกำหนดและองค์การการท่องเที่ยวโลกให้การรับรอง ก็นับเป็นตัวอย่างหนึ่งของความริเริ่มที่จะเชื่อมโยงภาคเอกชนเข้ากับภาคประชาสังคมเพื่อต่อสู้กับการแสวงประโยชน์เด็ก

จากประสบการณ์อันยาวนานของการเป็นผู้เอื้อกระบวนการความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดขององค์การการท่องเที่ยวโลก บอกได้เลยว่าพันธมิตรที่มีประสิทธิภาพระหว่างภาคประชาชนและเอกชนมีความสำคัญต่อความสำเร็จของมาตรการการปกป้องคุ้มครองเด็ก การทำงานร่วมกันเท่านั้นที่จะขจัดปรากฏการณ์ที่ทนต่อไปไม่ได้นี้
นั่นคือการแสวงหาประโยชน์จากเด็กให้หมดไปจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวนี้ได้