Child Safe Tourism

February 14, 2014

การเดินทางสู่การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ความเห็นจากผู้เข้าเยี่ยม – Aarti Kapoor, Program Manager of Project Childhood Prevention Pillar

คุณรู้จักสถานการณ์ดี เวลาคุณไปยังสถานที่ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านในชนบทหรือแหล่งท่องเที่ยวในเมืองที่แออัดแล้วคุณก็เห็นเด็ก เด็กกลุ่มนี้ก็เข้ามาหาคุณอย่างมั่นใจ บางครั้งพวกเขาก็มาเป็นกลุ่มเพื่อที่จะขายหมากฝรั่งหรือผลไม้ หรือบางครั้งก็ถือเพียงขันเพื่อที่มาขอเหรียญจากคุณ มันเป็นปฏิบทที่คุณจะต้องเห็นการยืนหยัดและความยากจนในเวลาเดียวกัน มันยากมากที่คุณจะรู้วิธีตอบสนองต่อสถานการณ์เหล่านี้ โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน หลายๆครั้งฉันเองก็เจอกับสถานการณ์แบบนี้หลายครั้งเช่นกัน

โครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยดำเนินงานบนมารตาฐานการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเพื่อที่จะป้องกันเด็กจากการแสวงประโยชน์ทางเพศในบริบทการท่องเที่ยว ในฐานะที่เป็นผู้จัดการโครงการ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่มีโอกาสทำงานเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเด็กๆ การเดินทางบนพื้นฐานการเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับเด็กของดิฉันได้รวมความต้องการในการเดินทางส่วนตัวและความรู้ของดิฉันเกี่ยวกับการป้องกันเด็ก สิ่งต่อไปนี้คือหนึ่งในสิ่งที่ดิฉันพบเห็นบนเส้นทางนี้ 

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในขณะที่กำลังเดินทางในเอเชีย ดิฉันและเพื่อนร่วมเดินทางตัดสินใจที่จะขี้นไปนั่งบนหลังอูฐและนอนพักคืนบนทะเลทราย เพื่อที่จะไปพบปะกับคนท้องถิ่นในวันรุ่งขึ้น คนนำทัวร์ได้แนะนำให่เราเอาขนมหวานไปให้เด็กท้องถิ่น แต่เราเลี่ยงและจะให้ของเล่นเด็กแทนเพราะคิดว่ามันไม่ดีสำหรับฟันของพวกเขา 

เราได้เดินทางพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทัวร์อีกสองคนและอูฐของพวกเขา หลังจากเดินทางไปได้สองสามชั่วโมงเราก็ได้เห็นกระท่อมหลายหลังที่อยู่รอบกระท่อมที่ดูใหญ่ ในขณะที่เรากำลังเข้าสู่หมู่บ้านนั้นก็มีเด็กๆกลุ่มหนึ่งวิ่งออกมาหาเรา เด็กๆวิ่งเข้ามาหาเราอย่างตื่นเต้นและจับมือเราและเริ่มที่จะสัมผัสเสื้อผ้าของพวกเราในขณะที่มองดูพวกเราอย่างสงสัย ฉันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวที่เด็กๆทำเช่นนี้ พยายามที่จะเรียกร้องความสนใจจากเรา มีเด็กหลายคนมากที่พวกเขารอบเราเต็มไปหมด ทันใดนั้นเด็กก็เริ่มค้นตัวพวกเรา เด็กคนหนึ่งล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของงฉัน ในขณะที่อีกคนล้วงมือไปในสร้อยข้อมือของฉัน และอีกคนก็ดึงกางเกงฉันขึ้นมาและจับสร้อยข้อเท้าที่ฉันเพิ่งซื้อมาในเมือง และไม่นานเด็กๆก็พยายามขอเงินจากพวกเรา และขอสร้อยข้อมือและสร้อยข้อเท้าของพวกเรา มีผู้หญิงในหมู่บ้านรีบวิ่งเข้ามา เราคิดว่าจะเข้ามาช่วยพาเด็กๆออกไป แต่พวกเขากลับสนับสนุนให้เด็กๆพยายามขอเงินจากพวกเราต่อไป
สิ่งนี้ทำให้ฉันรู้สึกครอบงำ 

สิ่งนี้ทำให้ฉันคิดว่ามีนักท่องเที่ยวมากมายมาที่หมู่บ้านนี้และเด็กพวกนี้ก็ได้รับผลกระทบโดยตรง เด็กๆและคนในหมู่บ้านเห็นนักท่องเที่ยวเป็นผู้ให้ของขวัญไม่ว่าจะเป็นเงิน สร้อยประดับ หรือสิ่งของอื่นๆก็ตาม 

เราเริ่มรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์นี้ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เราจึงมอบถุงของเล่นไปให้ผู้นำทัวร์ของเราคนหนึ่งและคิดว่าเขาจะช่วยดูแลให้เด็กๆได้ ทันใดนั้นเด็กก็รีบวิ่งเข้ามาเอาถุงจากมือของผู้นำทัวร์ มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาแย่งทั้งถุง หญิงสาวคนหนึ่งรีบคว้ามือเด็กคนนั้นและถุงของเล่นจากมือของเด็กชายคนนั้นและรีบพาเด็กคนนั้นเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเรามองเธออย่างเหลือเชื่อและงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวที่เหลือได้พูดอะไรบ้างอย่างและเด็กๆก็เริ่มหายไป ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในหมู่บ้านเพียงประมาน 30 นาที ประสบการณ์ที่พวกเราประสบนี้มีผลต่อดิฉันมาก

ความเสี่ยงและความเปราะบางของเด็กหญิงชายเหล่านี้ รวมถึงชุมชนของพวกเขาค่อนข้างที่จะแย่ ถึงแม้ว่า
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะให้เกียรติและมารยาทดีก็ตาม ก็จะมีคนเอาเปรียบสถานการณ์ ตอนที่ฉันเป็นเด็ก คุณแม่ของฉันสอนให้ไม่รับของจากคนแปลกหน้าเพื้อที่จะป้องกันตัวเองจากภัยร้าย รวมถึงการทารุณกรรมทางเพศด้วย แล้วสิ่งที่ฉันได้ทำไปมันคืออะไร สนับสนุนให้เด็กๆรับสิ่งของจากฉัน สิ่งที่ฉันได้ทำลงไปนั้นดีกับเด็กชายหญิงเหล่านั้นหรือเปล่านะ แน่นอนว่ายังมีวิธีอื่นที่เราสามารถสนับสนุนเด็กๆเหล่านี้อย่างยั่งยืนกว่านี้ แทนที่จะมอบความเสี่ยงต่อการทารุณกรรมรวมถึงการทารุณกรรมทางเพศมากขึ้นโดยการสนับสนุนให้พวกเขาใว้ใจนักท่องเที่ยว ซึ่งหมู่บ้านในฐานะชุมชนควรที่จะมีส่วนร่วมมากกว่านี้ 

ฉันแนะนำผู้นำทัวร์ว่าไม่ควรสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวให้ของขวัญแก่เด็กโดยตรงแต่ควรจะให้ตัวแทนชุมชนแทนหรือองค์กรชุมชน เพราะว่าสิ่งของต่างๆจากนักท่องเที่ยวเหล่านี้สามารถนำไปช่วยโรงเรียน คลีนิกหรือโครงสร้าง
หมู่บ้านอื่นๆที่สามารถนำไปช่วยเหลือเด็กๆได้ ผู้นำทัวร์ชอบความคิดนี้โดยทันทีและคิดว่าสิ่งนี้จะส่งผลกระทบที่ดีต่อ
หมู่บ้านได้ ฉันรู้สึกได้ถึงความตระหนักของผู้นำทัวร์ที่พวกเขามีต่อเด็กๆและชุมชนท้องถิ่น พวกเขารู้ถึงวิธีแก้สถานการณ์แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปแต่พวกเขามุ่งมั่นที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับทีมผู้จัดการทัวร์และหัวหน้าหมู่บ้าน 

ในฐานะทีเป็นนักท่องเที่ยวและนักเดินทาง การเข้าถึงวิถีชีวิตที่ดีของคนอื่นนั้นถือเป็นโอกาสที่ดี ในขณะที่มีผู้คน
ท่องเที่ยวอยู่ทั่วโลกอยู่เกือบ 1 พันล้านคน มีความสำคัญที่พวกเราจะต้องแน่ใจว่าเราจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนที่ต้อนรับพวกเราให้มากที่สุด ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งกับการเดินทางของพวกเรา และร่วมกันให้คำปฏิญานวันนี้ที่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก