Child Safe Tourism

November 6, 2013

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการให้มีการพัฒนาในด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรสำหรับเด็ก

กรุงเทพฯ ประเทศไทย วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

จากผลการศึกษาวิจัยฉบับล่าสุดของโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มโดยรัฐบาล
ออสเตรเลีย ซึ่งดำเนินการโดยศุภนิมิตร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย พบเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยคุ้มครองเด็กจากการแสวงประโยชน์ให้มากขึ้น 

เมื่อปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 36 ล้านคนมาเที่ยวในประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไทย และเวียดนาม หลายคนต้องเจอสถานการณ์ที่เด็กมีความเปราะบาง ผลงานวิจัยที่สำคัญของงานวิจัย “การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ที่เราได้นำเสนอวันนี้ซึ่งตรงกับวัน “วันท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อโลก” ที่ได้สำรวจนักท่องเที่ยวจำนวน 270 คนจาก 39 ประเทศทั่วโลก จากผลสำรวจ 95% ของนักท่องเที่ยวที่สัมภาษณ์ได้พบปะกับเด็กท้องถิ่นและหลายคนรู้สึกว่าการที่ได้พูดคุยกับเด็กๆเหล่านี้ทำให้พวกเขารู้สึกเสียใจ ผิด เป็นห่วงและโกรธ 

มีการรณรงค์เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงของเด็กที่ขอทานหรือเร่ขายของในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไปสถานลี้ยงเด็กกำพร้า หรือ “การท่องเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์” “ อาร์ติ คาปูร์ ผู้จัดการโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยศุภนิมิตกล่าว

จำนวนสามในสี่ของนักท่องเที่ยวที่ถูกสัมภาษณ์รับทราบว่ามีเด็กที่ได้รับการทารุณกรรมหรือแสวงประโยชน์ในภาคธุรกิจท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการที่จะช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ จากผลงานวิจัย นักท่องเที่ยวหลายคนสับสนไม่ทราบว่าจะปฎิบัติอย่างไรที่พวกเขาจะสามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้และต้องการทราบข้อมูลมากขึ้น

“ในขณะที่ภาคเอเชียมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่สูงที่สุดทั่วโลก ในช่วงยี่สิบปีข้างหน้านั้นมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก “อาฟรูซ คาเวียนิ จอห์นสัน ผู้อำนวยการด้านวิชาการ โครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย ศุภนิมิต กล่าวว่า “การให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวในวิธีปฎิบัติที่พวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือนั้นมีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงนี้” 

ผลงานวิจัยพบว่าข้อมูลการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนั้น มีผลด้านบวกต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว
โดยนักท่องเที่ยวที่รับทราบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กจะไม่ค่อยให้เงินแก่เด็กขอทาน หรือไม่ไปเยี่ยมเด็กในสถานสงเคราะห์เด็ก/บ้านพักเด็ก และก็ไม่ซื้อของจากเด็กที่เร่ขายของบนท้องถนน

นักท่องเที่ยวที่ให้สัมภาษณ์หลายคนบอกว่าพวกเขาต้องการที่จะสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวที่ดำเนินการบนบรรทัดฐานของการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก หลายคนก็แสดงความความต้องการที่อยากเห็นความหลากหลายทางเลือกที่จะทำให้พวกเขาเดินทางในฐานะที่เป็นนักเท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก 

“งานวิจัยการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ได้แสดงให้เห็นว่าเราต้องการ การผสานความร่วมมือพยายามระหว่างนักท่องเที่ยว รัฐบาลและภาคธุรกิจท่องเที่ยว หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติก็ได้รับทราบและตกลงที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กแก่นักท่องเที่ยวและภาคธุรกิจท่องเที่ยว “อาร์ติ คาปูร์ ผู้จัดการโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย ศุภนิมิตกล่าวว่า “พวกเราทุกคนต่างก็มีบทบาทในการช่วยพัฒนาคุณภาพการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงและทำให้มั่นใจว่าเด็กๆปลอดภัย และได้รับเฉพาะผลกระทบเชิงบวกจากการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเท่านั้น” 

กรุณาอ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ดูข้อมูลภาพเกี่ยวกับข้อค้นพบที่สำคัญ