Child Safe Tourism

November 6, 2012

นักเดินทางภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – 7 พฤศจิกายน 2555

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังหรือที่อยู่ภายในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวคือ กัมพูชา สปป.ลาว ไทยและเวียดนาม ต้องการความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก อ้างอิงจากรายงานของโครงการเด็กปฐมวัย – เสาหลักการป้องกัน ความริเริ่มการช่วยเหลือของออสเตรเลียดำเนินงานโดยองค์กรศุภนิมิต

รายงานเรื่อง “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก: มุมมองของนักท่องเที่ยว” ที่เผยแพร่ในวันนี้เพื่อให้ประจวบกับการฉลองวันท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบโลกได้นำเสนอผลจากการสำรวจนักเดินทางบนอินเตอร์เน็ตที่สอบถามผู้ที่มาท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเร็วๆนี้ โดยแบ่งปันประสบการณ์การมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กและการรับรู้เรื่องธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก

ผู้เข้าร่วมการสำรวจมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมด้วยตนเอง 300 คน จาก 37 ประเทศ (ร้อยละ 57%) บอกว่าเคยพบเห็นสถานการณ์ที่รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์หรือการล่วงละเมิดเด็กในระหว่างที่เดินทางไปในภูมิภาค ส่วนร้อยละ 85% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจระบุว่าต้องการทราบมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีปกป้องคุ้มครองเด็กและป้องกันการแสวงหาประโยชน์ในระหว่างการเดินทาง

“ในขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นอย่างเป็นทวีคูณในรอบสิบปีที่ผ่านมาให้ผลประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน แต่มันก็ได้สร้างปัจจัยดึงดูดที่ผลักดันให้เด็กๆ และครอบครัวละทิ้งสภาพความเป็นอยู่ดั้งเดิม เพื่อออกไปหารายได้ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงต่อการแสวงหาประโยชน์และการล่วงละเมิด” อาร์ติ คาปูร์กล่าว ผู้จัดการโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัย – องค์กรศุภนิมิต

แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ตระหนักต่อสถานการณ์การแสวงหาประโยชน์จากเด็กในสถานที่แหล่งท่องเที่ยวก็ตาม ผลการสำรวจยังระบุว่าส่วนใหญ่รู้สึกว่าตนเองไม่รู้วิธีการที่จะทำให้เด็กปลอดภัย จากประสบการณ์การเดินทางของเขาเหล่านั้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังแสดงความเป็นห่วงอย่างมากต่อเด็กที่มีความเปราะบาง และยืนยันว่าธุรกิจที่มีนโยบายด้านธุรกิจการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็กจะมีผลกระทบในเชิงบวกต่อการเลือกใช้บริการของลูกค้าในวันหยุดพักผ่อน

จากการศึกษา นักท่องเที่ยวต้องการและจำเป็นจะต้องมีข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ทำให้เด็กปลอดภัยและมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าธุรกิจการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็กคืออะไร ข้อค้นพบสำคัญอื่น ยังเปิดเผยว่าโดยทั่วไปแล้ว นักท่องเที่ยวเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ของเด็กในภูมิภาคและได้รับผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญจากสิ่งที่พบเห็น – ทั้งในด้านบวกและด้านลบ – กับเด็กในประเทศต่างๆที่ไปท่องเที่ยวมา 

จากการเป็นพันธมิตรกับองค์กรการท่องเที่ยวแห่งชาติและภาคธุรกิจท่องเที่ยวโครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยกำลังสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อเด็กผ่านการรณรงค์  “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก” กับนักท่องเที่ยวและนักเดินทาง ตลอดจนการจัดอบรมให้กับภาคส่วนที่นำวิธีการดำเนินธุรกิจที่ปลอดภัยต่อเด็กไปประยุกต์ใช้ ข้อค้นพบจากรายงานนี้ยังบอกให้ทราบถึงความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ เหล่านี้ด้วย 

“เด็กที่ทำงานในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อการแสวงหาประโยชน์และการล่วงละเมิด” อาฟรูซ คาเวียนิ จอห์นสัน ผู้อำนวยการเทคนิค กล่าว “เราหวังว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจท่องเที่ยวจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้นถึงวิธีที่ลูกค้าจะรับรู้เรื่องเด็กที่มีความเปราะบางในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว และเข้าใจถึงความสำคัญและดำเนินธุรกิจให้ปลอดภัยต่อเด็ก”

ดาวน์โหลด

รายงานฉบับเต็มเรื่อง “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก: มุมมองของนักท่องเที่ยว” ได้ที่นี่